menu
menu
::   ENGLISH VERSION
:: หน้าหลัก
:: ประวัติความเป็นมา
:: รูปขบวนเรือ
:: เส้นทาง
:: กำหนดการฝึกซ้อม
:: เรือพระที่นั่ง
:: กาพย์เห่เรือ
:: เรือพระราชพิธ
:: การแต่งกายของผู้ประจำเรือ
:: การปิดการจราจรทางน้ำ
:: รายละเอียดการเข้าชมกระบวนเรือ
:: รายชื่อนายทหารผู้ลงประจำเรือ
:: การจัดเตรียมขบวนเรือ
:: พิธีเซ่นไหว้พระภูมิเจ้าที่และแม่ย่านางเรือฯ
::การลากจูงและซ่อมแซมเรือพระราชพิธีฯ
:: พิธีอัญเชิญเรือพระราชพิธีฯ ลงน้ำ
:: การฝึกซ้อมกำลังพลในแม่น้ำเจ้าพระยา
:: พีธีเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือฯ ประเภทรูปสัตว
:: การฝึกซ้อมฝึพายในแม่น้ำครั้งที่ 1
:: การแถลงข่าวและการฝึกซ้อมกลางคืน
:: การฝึกซ้อมกลางคืนครั้งที่ 2 (160549)
:: การซ้อมใหญ่ฯ เมื่อ 2 มิ.ย.49
:: การซ้อมใหญ่ฯ เมื่อ 6 มิ.ย.49
:: รวมภาพวันจริง (12 มิ.ย.49)

            การเห่เรือ เป็นกิจกรรมที่ควบคู่มากับการเดินทางทางน้ำ จำแนกได้ 2 ประเภท คือ การเห่เรือในงานพระราชพิธี ที่เรียกว่า "การเห่เรือหลวง" และการเห่เรือสำหรับเที่ยวเตร่หรือในงาน พื้นบ้านที่เรียกว่า "เห่เรือเล่น" ปัจจุบันการเห่เรือเล่นลดความสำคัญลงไป คงมีแต่การเห่เรือหลวง ที่ดำรงอยู่และถือเป็นโบราณราชประเพณีที่ต้องรักษาไว้เป็นมรดกของชาติสืบต่อไปที่มาของการเห่เรือนั้น ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าเป็นประเพณีของชนชาติต่าง ๆ หลากหลายชนชาติที่มีเรือพายใช้ เช่น อินเดีย จีน ญวน เป็นต้น ลักษณะที่พลพายจะขับร้องในเวลา พายเรือเพื่อให้เกิดความรื่นเริงในการเดินทาง และผ่อนคลายความเหนื่อยอ่อนลง
            สำหรับการเห่เรือ ของไทยนั้น นอกจากจะให้ความรื่นเริงแล้วยังเป็นการให้จังหวะเพื่อให้พลพายพายพร้อมกัน โดยทำเป็นทำนองเห่เรือที่แตกต่างกัน 3 อย่าง ขึ้นอยู่กับความต้องการให้พลพายพายช้าหรือเร็ว เช่น ในขณะเริ่มออกเรือขณะพายเรือตามน้ำ จะใช้ทำนอง ช้าลวะเห่ เมื่อเรือจวนถึงที่ประทับจะใช้ทำนอง สวะเห่ และถ้าต้องการให้พายหนักจังหวะเร็วจะใช้ทำนองมูลเห่ สำหรับคนเห่หรือที่เรียกว่าต้นบท ต้องเลือกคนที่มีเสียงดีและเสียงดังพอให้ได้ยินไปทั่วลำเรือ ส่วนบทเห่เรือนั้นนิยมประพันธ์เป็น ร้อยกรอง หรืออาจอยู่ในรูปของกลอนสด และมีอยู่หลายสำนวนด้วยกัน ในสมัยโบราณจะใช้บทใด ไม่ได้กล่าวไว้ แต่เป็นที่รู้จักกันดีและเริ่มนำมาใช้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี ได้แก่ กาพย์ห่อโคลงของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ ซึ่งนิพนธ์ไว้เมื่อตอนปลายกรุงศรีอยุธยา มี 2 เรื่อง เรื่องแรก ขึ้นต้นว่า "พระเสด็จโดยแดนชล ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย" สันนิษฐานว่าทรงนิพนธ์สำหรับ เรือพระที่นั่งของพระองค์เอง เวลาตามขบวนเสด็จ ฯ
          ส่วนเรื่องที่ 2 เป็นเรื่องพระยาครุฑลักนางกากี ซึ่งแต่เดิมคงใช้บทเห่เรือเรื่องนี้แต่เฉพาะเวลาทรงเรือประพาสที่ลับโดยลำพัง นอกจากนี้ยังมีบทเห่เรือ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ที่รู้จักในนามของ "กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน" ซึ่งเข้าใจกันว่าทรงพระราชนิพนธ์ในสมัยรัชกาลที่ 1 เพื่อชมสมเด็จพระศรี สุริเยนทราบรมราชชนนี ครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ ด้วยทรงแต่งเครื่องเสวยได้ไม่มีผู้ใดเสนอในสมัยนั้น ปัจจุบันแม้ว่าจะมีบทเห่เรือสำนวนใหม่ ๆ เกิดขึ้น แต่บทเห่เรือเหล่านั้นก็อาศัย หลักเกณฑ์ และรูปแบบของบทเห่เรือเก่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่
 

          นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย เกิดวันที่ 20 มิ.ย.88 เป็นชาวอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี บรรพชา เป็นสามเณร เมื่อ พ.ศ.2504 อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อ พ.ศ.2508 สำเร็จการศึกษาจากสำนักเรียน วัดมหาธาตุ จังหวัดราชบุรี ชั้นเปรียญธรรม 9 ประโยค เมื่อ พ.ศ.2515 สำเร็จการศึกษารัฐศาสตร์บัณฑิต สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจาก มสธ. เมื่อ พ.ศ.2530 ลาสิกขาเมื่อ พ.ศ.2517 สมัครเข้าทำงานเป็นนักวิชาการของมูลนิธิภูมิพโลภิกขุ เพื่อการค้นคว้าทางพระพุทธศาสนา
          - ปี 2520 สมัครเข้ารับราชการในตำแหน่งนักภาษาโบราณในหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร
          - ปี 2524 เข้ารับราชการเป็นอนุศาสนาจารย์กองทัพเรือ เคยเป็นอนุศาสนาจารย์กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และอนุศาสนาจารย์โรงเรียนนายเรือ
         ผลงาน
         - เป็นผู้จัดทำโคลงโลกนิติฉบับถอดความ พิมพ์เผยแพร่ตั้งแต่ พ.ศ.2522
         - แต่งกาพย์ กลอน โคลง ฉันท์ ลงในนิตยสารนาวิกศาสตร์ ตั้งแต่ พ.ศ.2524 จนถึงปัจจุบัน
        - ชนะเลิศการประกวดกาพย์เห่เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชการที่ 9 และเป็นผู้แต่งกาพย์เห่เรือในกระบวนพยุหยาตราชลมารคปีกาญจนาภิเษก 2539
        - เป็นผู้แต่งกาพย์เห่เรือในกระบวนพยุหยาตราชลมารคในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเจริญพระชนม์พรรษา 6 รอบ ปี 2542
       - ได้รับพระราชทานเสาเสมาธรรมจักรประกาศเกียรติคุณผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา สาขาการแต่งหนังสือ ประจำปี พ.ศ.2542
       - เป็นผู้แต่งกาพย์เห่เรือในกระบวนพยุหยาตราชลมารคในโอกาสประชุมเอเปก 2003
       - เป็นผู้แต่งกาพย์เห่เรือในกระบวนพยุหยาตราชลมารคในครั้งนี้ด้วย




             เรือเอก ณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ รับหน้าที่พนักงานเห่เรือ
ตำแหน่ง รักษาการหัวหน้าแผนกเรือพระราชพิธี เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2505 จบการศึกษาที่ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี โรงเรียนชุมพลทหารเรือ พรรคนาวิน เหล่าสามัญ นักเรียนจ่าทหารเรือ รุ่นที่ 22
             เรือเอก ณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ เป็นนายทหารเรือที่ได้คัดเลือกร่วมงาน กระบวนพระพยุหยาตราชลมารค ในปีพุทธศักราช 2525 ได้รับเป็นฝีพายประจำเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์และได้สนใจในการเห่เรือจึงได้รับการฝึกฝนจาก เรือโท สุจินต์ สุวรรณ นายทหารเรือที่เป็นครูสอนการเห่เรือ ตลอดจนใช้ครูพักลักจำจาก พลเรือตรี มงคล แสงสว่าง ศิลปินแห่งชาติ โดย เรือเอกณัฐวัฎ ได้มีโอกาสเข้าร่วมเป็นพนักงานเห่เรือในงานโรดพาเหรดที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมจัดที่พเมือง พาซาคีนา มลรัฐคาลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ.2540


คณะกรรมการเผยแพร่ข่าวสารทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ และกองสารสนเทศ กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ
กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ ๑๐๖๐๐( ดูแผนที่ )
โทร. ๐-๒๔๗๕-๕๗๓๓,๐-๒๔๖๕-๓๐๑๘, ๐ ๒๔๗๕ ๕๑๘๔ แฟกซ์ ๐-๒๔๗๕-๕๗๓๒ ,๐-๒๔๖๖-๑๘๑๑
website :::www.navy.mi.th/sctr :::: email : relation@navy.mi.th BestViews 1024*768 Pixels & IE 5.5

Copyright 2004 - 2007 Naval Secretariat Office All rights reserved.