menu
menu
::   ENGLISH VERSION
:: หน้าหลัก
:: ประวัติความเป็นมา
:: รูปขบวนเรือ
:: เส้นทาง
:: กำหนดการฝึกซ้อม
:: เรือพระที่นั่ง
:: กาพย์เห่เรือ
:: เรือพระราชพิธ
:: การแต่งกายของผู้ประจำเรือ
:: การปิดการจราจรทางน้ำ
:: รายละเอียดการเข้าชมกระบวนเรือ
:: รายชื่อนายทหารผู้ลงประจำเรือ
:: การจัดเตรียมขบวนเรือ
:: พิธีเซ่นไหว้พระภูมิเจ้าที่และแม่ย่านางเรือฯ
::การลากจูงและซ่อมแซมเรือพระราชพิธีฯ
:: พิธีอัญเชิญเรือพระราชพิธีฯ ลงน้ำ
:: การฝึกซ้อมกำลังพลในแม่น้ำเจ้าพระยา
:: พีธีเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือฯ ประเภทรูปสัตว
:: การฝึกซ้อมฝึพายในแม่น้ำครั้งที่ 1
:: การแถลงข่าวและการฝึกซ้อมกลางคืน
:: การฝึกซ้อมกลางคืนครั้งที่ 2 (160549)
:: การซ้อมใหญ่ฯ เมื่อ 2 มิ.ย.49
:: การซ้อมใหญ่ฯ เมื่อ 6 มิ.ย.49
:: รวมภาพวันจริง (12 มิ.ย.49)


             ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ กองทัพเรือ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เชิญขบวนเรือพระราชพิธี เส้นทางจากท่าวาสุกรี ถึงวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ในวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๙ กำหนดใช้เรือพระราชพิธีทั้งหมด ๕๒ ลำ ใช้กำลังพลจากหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพเรือ จำนวน ๒,๐๘๒ นาย เป็นฝีพายเรือพระราชพิธี
             นอกจากการเชิญขบวนเรือพระราชพิธีแล้ว กองทัพเรือ ยังได้รับมอบหมายให้จัดเตรียมหอประชุมกองทัพเรือ เพื่อจัดนิทรรศการพระราชกรณียกิจ และจัดเตรียมอาคารราชนาวิกสภา (หลังใหม่) เป็นสถานที่จัดถวายเลี้ยงรับรองและทอดพระเนตรขบวนเรือพระราชพิธี แต่ สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีจากประเทศต่าง ๆ
              การเห่เรือ เป็นกิจกรรมที่ควบคู่มากับการเดินทางทางน้ำ จำแนกได้ ๒ ประเภทคือ การเห่เรือในงานพระราชพิธี ที่เรียกว่า "การเห่เรือหลวง" และการเห่เรือ สำหรับเที่ยวเตร่ หรือ ในงานพื้นบ้านที่เรียกว่า "เห่เรือเล่น" ปัจจุบันการเห่เรือเล่นลดความสำคัญลงไป คงมีแต่การเห่เรือหลวงที่ดำรงอยู่และถือเป็นโบราณราชประเพณีที่ต้องรักษาไว้เป็นมรดกของชาติสืบต่อไปสำหรับกาพย์เห่เรือฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ที่กองทัพเรือจะใช้ในขบวนพระราชพิธี มีทั้งหมด ๓ บท โดย นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย นายทหารนอกราชการ สังกัดกรมกำลังพลทหารเรือ เป็นผู้ประพันธ์โดยในบทแรกเป็นบทสรรเสริญพระบารมีบรรยายถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงครองบ้านเมืองด้วยทศพิธราชธรรมทรงงานหนัก เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ราษฎรตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติโดยมิทรงคำนึงถึงความเหน็ดเหนื่อย ทำให้ บ้านเมืองอยู่ร่มเย็นเป็นสุข ตราบเท่าทุกวันนี้ บทที่ ๒ ชมขบวนเรือบรรยายถึงความงดงามและลักษณะของเรือในขบวนในครั้งนี้ และบทที่ ๓ ชมเมือง บรรยายถึงสยามประเทศ อันงดงาม ดั่งแดนสวรรค์ ด้วยวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตไทย โดยผู้ที่ทำหน้าที่เห่เรือ หรือพนักงานเห่ คือ เรือเอก ณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ ตำแหน่งปัจจุบันคือ รักษาการหัวหน้าแผนกเรือพระราชพิธี กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ การเสด็จพระราชดำเนินไปในการต่าง ๆ ทั้งเป็นการส่วนพระองค์ และที่เป็นการพระราชพิธีเดิมเป็นการเสด็จพระราชดำเนินไป ในการพระราชพิธี อาทิ พระราชพิธีถวาย ผ้าพระกฐิน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก การเสด็จฯ ไปมนัสการรอยพระพุทธบาท รวมไปถึงการอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญจากหัวเมืองเข้ามาประดิษฐานยังพระนครและการต้อนรับราชทูตจาก ต่างประเทศ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ได้มีการจัดขบวนพยุหยาตราชลมารค จนถึงปัจจุบัน จำนวน ๑๔ ครั้ง การเชิญขบวนเรือพระราชพิธีในงานฉลองสิริราชสมบัติ ครบ ๖๐ ปี นับเป็นครั้งที่ ๑๕

ประชาชนที่สนใจจะชมขบวนเรือพระราชพิธี ในวันซ้อมและวันจริง ดังนี้
     ซ้อมใหญ่ การแต่งกายเหมือนจริง เวลาจริง (เวลา 16.30 - 18.00 น.) ใน 2,6 มิ.ย.49
     วันซ้อมก่อนการแสดงจริง 9 มิ.ย.49 และวันจริง 12 มิ.ย.49 (เวลา 16.00 - 18.00 น.)



คณะกรรมการเผยแพร่ข่าวสารทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ และกองสารสนเทศ กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ
กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ ๑๐๖๐๐( ดูแผนที่ )
โทร. ๐-๒๔๗๕-๕๗๓๓,๐-๒๔๖๕-๓๐๑๘, ๐ ๒๔๗๕ ๕๑๘๔ แฟกซ์ ๐-๒๔๗๕-๕๗๓๒ ,๐-๒๔๖๖-๑๘๑๑
website :::www.navy.mi.th/sctr :::: email : relation@navy.mi.th BestViews 1024*768 Pixels & IE 5.5

Copyright 2004 - 2007 Naval Secretariat Office All rights reserved.