
พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมคณะนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือ รับฟังการแถลงผลและเป็นประธานปิดการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๖๖ โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อทางกองอำนวยการฝึก จะได้นำไปปรับใช้กับการฝึกกองทัพเรือ ในครั้งต่อไป ณ ห้องบริพัตร อาคารสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๖
สำหรับการฝึกกองทัพเรือเป็นการบูรณาการการฝึกด้วยการนำขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ และการปฏิบัติหน้าที่ของกรมในส่วนบัญชาการ ส่วนยุทธบริการ และส่วนการศึกษา ที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน มาทำการฝึกภายใต้สถานการณ์ฝึกเดียวกันและใช้ทรัพยากรร่วมกัน เพื่อให้ทุกหน่วยสามารถปฏิบัติงานร่วมกันอย่างประสานสอดคล้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้กำหนดรูปแบบการฝึกเป็นวงรอบการฝึก ๒ ปี ภายใต้สถานการณ์ฝึกเดียวกันแบบต่อเนื่องในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๖๕ (การฝึก ทร.๖๕) และ การฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๖๖ (การฝึก ทร.๖๖) โดยการฝึก ทร.๖๖ เป็นการฝึกในสถานการณ์การป้องกันประเทศด้านตะวันออก มุ่งเน้นการทดสอบการปฏิบัติและการอำนวยการยุทธ์ตามคำสั่งยุทธการในสถานการณ์วิกฤตจนถึงขั้นป้องกันประเทศ การทดสอบแนวทางการใช้กำลังของกองทัพเรือ พุทธศักราช ๒๕๖๓ การทดสอบการปฏิบัติและการบูรณาการฝึก ระหว่างกองทัพเรือกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เมื่อมีสถานการณ์ความขัดแย้งเกิดขึ้น รวมทั้งการใช้กำลังใน ศรชล. เข้ามาร่วมปฏิบัติการกับกองทัพเรือ
นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบนโยบายการฝึกเพิ่มเติม โดยให้ดำเนินการจัดการฝึกให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ และการฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถี พื้น - สู่ - พื้น แบบ Harpoon Block 1C ในพื้นที่ทะเลอันดามัน
การดำเนินการฝึก ทร.๖๖ มีขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นการอบรมก่อนการฝึก ซึ่งเริ่มปฏิบัติในห้วงเดือนธันวาคม ๒๕๖๕ ถึงกุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เพื่อทบทวนความรู้ความเข้าใจให้กำลังพลมีความพร้อมก่อนเริ่มทำการฝึก ขั้นการฝึกปัญหาที่บังคับการหรือ CPX ในห้วงเดือนมีนาคม ๒๕๖๖ โดยมีการฝึกทดสอบกระบวนการวางแผนและการตัดสินใจตามกระบวนการวางแผนทางทหาร และการอำนวยการยุทธ์ตามคำสั่งยุทธการ ตั้งแต่สถานการณ์ในภาวะปกติ สถานการณ์วิกฤติจนถึงขั้นสถานการณ์ความขัดแย้งระดับสูง สำหรับขั้นการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล หรือ FTX ในห้วงเดือนมีนาคม ๒๕๖๖ ถึง มิถุนายน ๒๕๖๖ เป็นการฝึกตามสาขาปฏิบัติการของหน่วยต่าง ๆ เพื่อทดสอบความพร้อมองค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธีในการปฏิบัติตามกิจที่ได้รับมอบ โดยหน่วยรับการฝึกได้ใช้โครงสร้างจริงของหน่วยทุกระดับ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิด “รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น” นอกจากนี้ ยังได้มีการบูรณาการการฝึกร่วมกับกำลังของ ศรชล. และหน่วยงานต่าง ๆ ใน ศรชล. เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงทักษะและความชำนาญในการปฏิบัติหน้าที่ อันจะนำไปสู่การปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ
ในส่วนการฝึกกระบวนการวางแผนทางทหาร ได้ดำเนินการตามหลักการที่กำหนดในเอกสารอ้างอิงของกองทัพเรือ และได้เชิญผู้แทนเหล่าทัพมาร่วมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางใช้กำลัง ทำให้มีความเข้าใจในการปฏิบัติการร่วมเพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญผู้บัญชาการทหารเรือยังได้กรุณาเข้ามาร่วมการฝึก และกรุณามอบแนวความคิดการปฏิบัติเพิ่มเติม เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้หน่วยต่าง ๆ สามารถนำไปกำหนดรายละเอียดรองรับตามคำสั่งยุทธการให้ประสานสอดคล้องกันได้ต่อไป
ในการฝึกปัญหาที่บังคับการ หรือ CPX ได้ดำเนินการฝึกในห้วงเดือน มีนาคม ๒๕๖๖ เป็นระยะเวลารวม ๑๔ วัน โดยเป็นสถานการณ์ต่อเนื่อง ๒๔ ชั่วโมง จำนวน ๓ วัน ทำให้การฝึกในขั้นปกติ สถานการณ์วิกฤติจนถึงขั้นป้องกันประเทศ เป็นไปอย่างสมจริง สามารถทดสอบแนวคิดตามแผนป้องกันประเทศ และการอำนวยการยุทธ์ได้เป็นอย่างดี
สำหรับการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล หรือ FTX ในภาพรวมทำการฝึก ระหว่าง ๒๐ มีนาคม - ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ เป็นการฝึกภาคปฏิบัติตามสาขาปฏิบัติการของหน่วยต่าง ๆ เพื่อทดสอบความพร้อมในการปฏิบัติตามกิจที่ได้รับมอบของหน่วยในระดับยุทธการและยุทธวิธี ซึ่งได้จัดกำลังทางเรือเป็นกองเรือเฉพาะกิจทำการฝึกในพื้นที่อ่าวไทย และทะเลอันดามัน เพื่อให้สอดคล้องกับการทดสอบแนวทางการใช้กำลังของกองทัพเรือ พุทธศักราช ๒๕๖๓ โดยนำแนวความคิดการปฏิบัติตามแผนป้องกันประเทศมาใช้ทดสอบในการฝึก ประกอบด้วย การฝึกปฏิบัติการทางเรือตามสาขาต่าง ๆ ของกองเรือเฉพาะกิจปฏิบัติการระยะไกล
ในการนี้ ได้จัดให้มีการฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถี พื้น - สู่ - พื้น แบบ Harpoon Block 1C โดย เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นเรือที่ต่อขึ้นในประเทศไทย เพื่อทดสอบการปฏิบัติและเสริมสร้างความชำนาญในการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีของเรือ
นอกจากนั้นแล้วยังมีการฝึกป้องกันพื้นที่ของทัพเรือภาคที่ ๑ ๒ และ ๓ จากการแทรกซึมโจมตี จากข้าศึกสมมติในพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละทัพเรือภาค โดยการจัดกำลังของกองทัพเรือเดินทางไปฝึกในพื้นที่ทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามันในครั้งนี้ ถือเป็นการบูรณาการการฝึกครอบคลุมการปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ โดยใช้จ่ายงบประมาณด้วยความประหยัด คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด
สำหรับการฝึกภาคสนามของหน่วยกำลังทางบก ได้วางแผนการฝึกร่วมกันระหว่างหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินกับ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ในการฝึกยิงปืนรักษาฝั่งขนาด ๑๕๕ มม. ต่อเป้าหมายในทะเลโดยใช้ศูนย์อำนวยการยิงเดียวกัน การฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถีป้องกันตนเองระยะประชิดแบบ IGLA – S และการฝึกยิงอาวุธโดยยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกแบบ VN – 16 ณ พื้นที่สนามฝึกยิงอาวุธ หาดยาวทุ่งโปรง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง ณ สนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข ๑๖ บ้านจันทเขลม จังหวัดจันทบุรี โดยได้มีการใช้ขีดความสามารถของอากาศยานไร้คนขับมาสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการปฏิบัติการของหน่วยกำลังทางบก นอกจากนี้ กองทัพบกได้จัดกำลัง ๑ หมวดรถถัง แบบ T – 84 Oplot จำนวน ๕ คัน จากกองพันทหารม้าที่ ๒ กองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ และกองทัพอากาศได้จัดอากาศยานแบบ F – 16 จำนวน ๒ ลำ จาก ฝูงบิน ๑๐๓ กองบิน ๑ ทำการสนธิกำลัง เข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ด้วย
นอกจากรายการฝึกต่าง ๆ ข้างต้น ยังจัดให้มีการฝึกให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ หรือ HADR โดยประกอบกำลังจากหน่วยต่าง ๆ เป็นหมู่เรือฝึกบรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ออกเดินทางจากฐานทัพเรือสัตหีบไปทำการฝึกฯ ในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๓ เพื่อทดสอบแผนบรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือและขีดความสามารถในการปฏิบัติการของหน่วยต่าง ๆ โดยเฉพาะการทดสอบความพร้อมและขีดความสามารถของหน่วยต่าง ๆ ด้าน HADR ทั้งการควบคุมและอำนวยการปฏิบัติของหน่วยกำลังในพื้นที่ประสบภัยในพื้นที่เกาะ ณ เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต ในลักษณะของการใช้ขีดความสามารถของกำลังทางเรือ เข้าช่วยเหลือประชาชนจากทางทะเล ซึ่งเป็นไปตามแนวความคิดการปฏิบัติการจากทะเลสู่ฝั่งหรือ Operation From the Sea รวมทั้งมีการปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานราชการ พลเรือน และภาคเอกชน ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนและเสริมสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
โดยสรุปแล้ว การฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๖๖ สามารถตอบสนองต่อวัตถุประสงค์และนโยบายการฝึกของกองทัพเรือได้ทุกประการ ซึ่งได้ปรากฏผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยผลการฝึกในภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์จนถึงระดับยุทธวิธี และยังเป็นการบูรณาการการใช้ทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดรวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมที่สำคัญตามภารกิจ บทบาทหน้าที่ของกองทัพเรือ โดยเมื่อทำการฝึกเสร็จสิ้นแล้ว จะทำให้หน่วยงานทุกภาคส่วนและประชาชนเชื่อมั่นได้ว่า กำลังรบของกองทัพเรือ จะมีความพร้อมในการปกป้องอธิปไตย รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ ทร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ ทร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้