พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในการจัดงานเนื่องในวันสดุดีวีรชนกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๖๙ ประกอบด้วย พิธีวางพวงมาลา อ่านคำสดุดีวีรชนกองทัพเรือ และพิธีสงฆ์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพชนทหารเรือในอดีต ณ อนุสรณ์เรือหลวงธนบุรี โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๙
กองทัพเรือกำหนดให้วันที่ ๑๗ มกราคม ของทุกปี เป็น วันสดุดีวีรชนกองทัพเรือ พร้อมทั้งจัดให้มีพิธีสดุดีวีรชนและบำเพ็ญกุศลแด่วีรชนของกองทัพเรือที่อนุสรณ์โรงเรียนนายเรือ จังหวัดสมุทรปราการ และอนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด เพื่อให้ทหารเรือทุกคนได้แสดงความเคารพและระลึกถึงวีรกรรมของบรรพบุรุษทหารเรือที่ได้ทำการรบอย่างเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ และยอมพลีชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติจากศัตรูที่รุกรานแผ่นดินไทย โดยปีนี้กำหนดจัดพิธีขึ้นในวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๙
ประวัติศาสตร์ได้จารึกความกล้าหาญของทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๔๘๔ โดยฝรั่งเศสได้ส่งกำลังทางเรือ ประกอบด้วย เรือลาดตระเวนลามอตต์ปิเกต์ เป็นเรือธง เรือสลุป ๒ ลำ และเรือปืน ๔ ลำ เรือสินค้าขนาดใหญ่ติดอาวุธ ๑ ลำ เรือดำน้ำ ๑ ลำ เข้ารุกล้ำน่านน้ำไทยบริเวณเกาะช้าง จังหวัดตราด เพื่อจะเข้าระดมยิงหัวเมืองชายทะเลทางภาคตะวันออกของประเทศ ทั้งนี้ กำลังทางเรือของไทยที่รักษาการณ์อยู่ในบริเวณนั้น ประกอบด้วย เรือหลวงธนบุรี เรือหลวงชลบุรี และเรือหลวงสงขลา ภายใต้การบังคับบัญชาของ นาวาโทหลวงพร้อม วีรพันธุ์ ผู้บังคับการเรือหลวงธนบุรี
แม้ว่าจะเสียเปรียบด้านกำลังรบอย่างมาก แต่วีรชนทหารเรือไทยได้ต่อสู้อย่างสุดกำลังความสามารถ จนต้องสูญเสียเรือรบทั้ง ๓ ลำไป พร้อมชีวิตนายทหารและลูกเรือ รวมทั้งสิ้น ๓๖ นาย รวมถึง นาวาโทหลวงพร้อม วีรพันธุ์ แต่เป็นที่น่าภูมิใจว่า ด้วยกำลังทางเรือของกองทัพเรือไทย สามารถทำให้ข้าศึกได้รับความเสียหายจนต้องล่าถอยไปในที่สุด
สำหรับการรบครั้งสำคัญที่ทหารเรือได้พลีชีพเพื่อชาติและราชนาวี เมื่อครั้งสงครามโลก ครั้งที่ ๒ กองทัพเรือได้รับมอบภารกิจจัดเรือไปบรรทุกน้ำมัน ซึ่งเป็นยุทธปัจจัยสำคัญจากสิงคโปร์มายังประเทศไทย โดยในครั้งนั้น เรือหลวงสมุย ได้ปฏิบัติภารกิจลำเลียงน้ำมันเชื้อเพลิง แม้ทราบว่าเส้นทางลำเลียงอยู่ในเขตปฏิบัติการของเรือดำน้ำฝ่ายสัมพันธมิตรก็ตาม ในการเดินทางเที่ยวสุดท้าย เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๘๘ เรือหลวงสมุยได้ถูกยิงด้วยตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำฝ่ายสัมพันธมิตร จนจมลงที่บริเวณนอกชายฝั่งรัฐตรังกานู ทำให้กองทัพเรือต้องสูญเสียทหารผู้กล้าไปจำนวน ๓๑ นาย รวมถึงสูญเสียกำลังพลในการต่อสู้ป้องกันการโจมตีทางอากาศจากฝ่ายสัมพันธมิตรในแต่ละพื้นที่ ในคราวเดียวกันนี้อีก ๗ นาย
นอกจากนี้ ยังมียุทธการสำคัญที่ทำให้กองทัพเรือต้องสูญเสียทหารเรือผู้กล้าไปเป็นจำนวนมาก เช่น สงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม การปราบปรามผู้ก่อการร้ายตามแผนยุทธการสามชัย จังหวัดเพชรบูรณ์ ยุทธการผาภูมิ ณ บริเวณดอยผาจิ จังหวัดเชียงราย การเข้ายึดค่ายกรุงชิง จังหวัดนครศรีธรรมราช ยุทธการดอนน้อย จังหวัดหนองคาย การรบที่บ้านชำราก จังหวัดตราด เหตุการณ์เรือ ต.๙๘ ปะทะกับเรือประมงติดอาวุธไม่ปรากฏสัญชาติที่จังหวัดระนอง การปฏิบัติภารกิจ เพื่อความสันติสุขในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ซึ่งยุทธการเหล่านี้ล้วนแต่เป็นการเสียสละ เพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยแลกไว้ด้วยชีวิตของวีรชนทหารเรือ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีชีวิตอยู่อย่างสันติสุขตลอดไป
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ ทร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ ทร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้