ค้นหา
ขาวดำ
ปกติ
ดำเหลือง
ขนาดตัวอักษร

กองทัพเรือนำสื่อมวลชนลงพื้นที่สู้รบชายแดนด้านจังหวัดตราด รับฟังข้อเท็จจริงจากกำลังพลในพื้นที่ ยืนยันสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุม พร้อมติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิด

ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙ สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ ร่วมกับสำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ ได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ชายแดนด้านจังหวัดตราด บริเวณบ้านท่าเส้น – ทมอดา จังหวัดตราด พื้นที่บ้านหนองรี (บ้านสามหลัง) บ้านชำราก และบ้านหาดเล็ก เพื่อให้สื่อมวลชนรับทราบข้อเท็จจริงในพื้นที่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.)

โดยเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๙ นาวาโท คุณวุฒิ  รุ่งรัศมี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ๑๘๒ (ผบ.ฉก.นย.๑๘๒) ได้นำสื่อมวลชนสังเกตการณ์จุดผ่านแดนบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ใกล้หลักเขตที่ ๗๓ ซึ่งเป็นหลักเขตสุดท้ายก่อนลงสู่ทะเล เพื่อติดตามสถานการณ์ล่าสุดภายหลังเหตุการณ์ปะทะเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๖๘ ว่าทางบริษัทเอกชนกัมพูชาในพื้นที่เกาะกง ได้ดำเนินการรื้อถอนเขื่อนดักตะกอนที่ยื่นออกในทะเล ใกล้กับหลักเขตที่ ๗๓ ออกไปเพียง ๑๒๗ เมตร และเป็นการรื้อเฉพาะส่วนด้านบน ขณะที่ฐานรากยังคงอยู่ ทั้งนี้ กรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ (อศ.) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม จำเป็นต้องขุดลึกลงไปจากแนวสันเขื่อนเดิมประมาณ ๓ เมตร เพื่อให้ระบบนิเวศกลับคืนสู่สมดุล แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการเพิ่มเติมแต่อย่างใด ส่งผลให้ตะกอนไม่สามารถเคลื่อนเข้าสู่ชายฝั่งไทยได้ตามธรรมชาติ ทำให้พื้นที่ชายหาดฝั่งไทยสูญเสียไปกว่า ๓,๐๐๐ ตารางเมตร ขณะที่ฝั่งกัมพูชามีพื้นที่เพิ่มขึ้นกว่า ๓๐,๐๐๐ ตารางเมตร โดยปัจจุบันฝ่ายกัมพูชาได้ยุติการดำเนินการขุดรื้อแล้ว และยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางในระยะต่อไป ซึ่งอาจจะต้องรอการเจรจาร่วมกันในอนาคต

ต่อมาในวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๙ นาวาเอก ธรรมนูญ  วรรณา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ผบ.ฉก.นย.ตราด) ได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่บริเวณแนวชายแดนบ้านท่าเส้น – ทมอดา และพื้นที่บ้านหนองรี (บ้านสามหลัง) โดยสรุปสถานการณ์ว่า ในช่วงที่ผ่านมา ยังพบการยั่วยุจากฝ่ายกัมพูชาเป็นระยะ โดยมีเสียงปืนเล็กยาว จำนวน ๓ ชุด ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อข้อตกลงหยุดยิงตามถ้อยแถลงร่วมเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๘ อย่างไรก็ตาม กำลังพลฝ่ายไทยได้ใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูง เพื่อหลีกเลี่ยงการยกระดับความรุนแรงของสถานการณ์

สำหรับพื้นที่ถัดมา อาคารคาสิโนบริเวณทมอดา ซึ่งฝ่ายกัมพูชาก่อสร้างรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย ปัจจุบันอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทยเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ หน่วยปฏิบัติในพื้นที่ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พื้นที่ทมอดาในปัจจุบัน เป็นแหล่งดำเนินการของเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มทุนต่างชาติ โดยมีแรงงานจากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมประมาณ ๓,๐๐๐ คน และอยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังพบว่าฝ่ายกัมพูชาได้ดำเนินการขุดคูเลตเสริมความแข็งแรงตลอดแนวชายแดนฝั่งตรงข้าม โดยเฉพาะบริเวณบ้านชำรากถึงบ้านท่าเส้น – ทมอดา เป็นระยะทางประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ขณะที่ฝ่ายไทยได้ดำเนินการวางกำลัง จัดตั้งแนวป้องกัน อาทิ รั้วลวดหนาม และบังเกอร์คันดิน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ โดยมีระยะห่างจากกำลังฝ่ายกัมพูชาประมาณ ๙๐๐ เมตร

ในส่วนของกรอบความร่วมมือด้านเขตแดนตาม MOU ปี ๒๕๔๓ ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการปักปันเขตแดน โดยยึดหลักห้ามเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายยังคงยึดแนวการวางกำลังตามถ้อยแถลงร่วมเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๘ คือให้แต่ละฝ่ายคงกำลังในพื้นที่เดิม จนกว่าจะมีข้อยุติที่ชัดเจนผ่านกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา (JBC)

สำหรับประเด็นสำคัญที่กองทัพเรือให้ความสำคัญเป็นพิเศษ และอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ ได้แก่ ปัญหาทุ่นระเบิดตกค้าง และเครือข่ายอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยในส่วนของทุ่นระเบิด กองทัพเรือได้เร่งดำเนินการเก็บกู้และกวาดล้างในพื้นที่อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ยังมีทุ่นระเบิดตกค้างอีกจำนวนมาก และอยู่ระหว่างการเร่งรัดคืนพื้นที่ปลอดภัยให้แก่ประชาชนโดยเร็ว

ขณะเดียวกัน กรณีการจับกุมเครือข่าย Cyber Scam ได้เป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งสามารถตรวจยึดโทรศัพท์มือถือได้เป็นจำนวนมาก พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง พบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและเว็บพนันออนไลน์ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีการลักลอบนำอุปกรณ์เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการบัญชีม้าและทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง กองทัพเรือยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจเพื่อรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนเป็นสำคัญ

การนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ที่มีข้อพิพาทตามแนวชายแดน มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงจากพื้นที่ปฏิบัติการโดยตรง เสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนสนับสนุนให้มีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณชนอย่างถูกต้อง รอบด้าน และเป็นไปตามข้อเท็จจริง อันจะก่อให้เกิดความตระหนักรู้ของประชาชนต่อประเด็นด้านความมั่นคง และลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูลข่าวสารในสังคม

รูปภาพเพิ่มเติม

Related Articles

แบบสำรวจ
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ ทร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ ทร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้