
ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ทัพเรือภาคที่ ๓ ได้รับแจ้งจากฝ่ายปฏิบัติการข่าว กรมข่าวทหารเรือ ว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสิ่งของผิดกฎหมายโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาประเทศไทย บริเวณพื้นที่ลำน้ำกระบุรี จึงมอบหมายให้ เรือ ต.๒๗๔ และชุดปฏิบัติการพิเศษ (ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ทัพเรือภาคที่ ๓) บูรณาการร่วมกับกองร้อยทหารราบที่ ๒๕๒๑ ลาดตระเวนทั้งทางน้ำและทางบก เพื่อค้นหาเป้าหมาย จนกระทั่งเรือ ต.๒๗๔ ตรวจการณ์พบเห็นเรือหางยาว จำนวน ๑ ลำ บรรทุกสิ่งของแล่นมาจากเกาะมุด ประเทศเมียนมา มีทิศทางมุ่งหน้าเข้าพื้นที่บริเวณแม่น้ำกระบุรี ลักษณะตรงตามที่แหล่งข่าวแจ้งมา เรือ ต.๒๗๔ จึงได้แจ้งชุดปฏิบัติการพิเศษเข้าติดตามและทำการตรวจสอบ จนมาพบเรือหางยาวลำดังกล่าวจอดเทียบฝั่งไทย พร้อมมีกลุ่มคนกำลังลำเลียงยางพาราจากเรือมาไว้บนฝั่งเพื่อลำเลียงขึ้นรถกระบะที่จอดอยู่ในบริเวณนั้น เจ้าหน้าที่จึงแสดงตนเข้าตรวจสอบและจับกุม ณ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๗

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ พบเรือหางยาว ๑ ลำ บรรทุกยางพาราแผ่น จำนวน ๒,๐๐๐ กิโลกรัม และรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน ผท ๙๔๙๗ สุราษฏร์ธานี จำนวน ๑ คัน ซึ่งต่อมา นางสาว ศิรภัสสร ฐานทองกูล ได้แสดงตัวเป็นเจ้าของของกลางดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมยึดของกลาง และแจ้งข้อกล่าวหาใช้ยานพาหนะลักลอบนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร นำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งสถานนีตำรวจภูธรบางแก้ว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ ทร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ ทร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

จัดซื้อจัดจ้าง
ถามตอบ
สมุดโทรศัพท์