ค้นหา
ขาวดำ
ปกติ
ดำเหลือง
ขนาดตัวอักษร

ผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธานในการจัดงานรำลึกวิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒ ครบรอบปีที่ ๑๓๓

พลเรือเอก ไพโรจน์  เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในการจัดงานวันรำลึกวิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒ ประจำปี ๒๕๖๙ โดยมี นางอารียา  เฟื่องจันทร์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ ผู้แทนหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ทหารผ่านศึกในส่วนของกองทัพเรือ และลูกเสือสมุทร เข้าร่วมในพิธีฯ ประกอบด้วย พิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พิธีสดุดีวีรชนในเหตุการณ์ ร.ศ.๑๑๒ พิธีสงฆ์ การจัดแสดงนิทรรศการเพื่อน้อมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงนำพาประเทศไทยให้เป็นเอกราช และวีรกรรมอันหาญกล้าของวีรชนในเหตุการณ์ ร.ศ.๑๑๒ ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙

เมื่อรัตนโกสินทร์ศก ๑๑๒ หรือ ร.ศ.๑๑๒ ซึ่งตรงกับปีพุทธศักราช ๒๔๓๖ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยในยุคนั้นชาติตะวันตกได้เข้ามามีอิทธิพลสำคัญทางแถบเอเชีย ด้วยวัตถุประสงค์แสวงหาอาณานิคมจากประเทศต่าง ๆ เช่น ญวน เขมร ลาว ซึ่งเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ส่วนพม่าและมลายูตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ

สยาม (ประเทศไทย) ถูกชาติมหาอำนาจฝรั่งเศสเข้ารุกราน ในวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๓๖ โดยเรือรบฝรั่งเศส ๒ ลำ คือ เรือสลุปแองคองสตังค์ และเรือปืนโกแมต ได้รุกล้ำสันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามา และได้เกิดการปะทะกับฝ่ายไทย ทั้งหมู่ปืนที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า และเรือรบไทยที่จอดอยู่เหนือป้อมพระจุลจอมเกล้า จำนวน ๙ ลำ ผลปรากฏว่า เรือรบฝรั่งเศส สามารถตีฝ่าแนวป้องกันที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาได้จนถึงกรุงเทพมหานคร ส่วนฝ่ายไทยเรือได้รับความเสียหายจากกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายตรงข้าม จำนวน ๔ ลำ

ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ไทยกับฝรั่งเศสได้ยุติการสู้รบกรณีพิพาท เรื่องเขตแดนทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ไทยเสียดินแดนบางส่วนเพื่อดำรงไว้ซึ่งเอกราชของไทย อันได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปัจจุบัน ในพื้นที่เมืองหลวงพระบาง เมืองเวียงจันทน์ และอาณาเขตนครจำปาศักดิ์ตะวันออก และเกาะแก่งต่าง ๆ บริเวณริมแม่น้ำโขง คิดเป็นพื้นที่ ๑๔๓,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร

จากเหตุการณ์ ร.ศ.๑๑๒ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีวิสัยทัศน์พัฒนาการทหารเรือไทย วางรากฐานไว้ป้องกันภัยด้านทะเล ทรงส่งพระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์ออกไปศึกษาวิชาการด้านการปกครอง การทหารบก การทหารเรือและอื่น ๆ ในทวีปยุโรป รวมทั้งทำการฝึกนายทหารเรือไทย เพื่อปฏิบัติงานแทนชาวต่างชาติตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทำให้กองทัพเรือมีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศตราบจนปัจจุบัน

ในส่วนของ ป้อมพระจุลจอมเกล้า หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “ป้อมพระจุลฯ” เป็นป้อมปราการทางน้ำ ตั้งอยู่ที่ ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ สร้างขึ้นเมื่อใด ไม่พบหลักฐานแน่ชัด แต่คาดว่าสร้างขึ้นในราวเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๔๒๗ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อป้องกันการรุกรานจากอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นชัยภูมิที่เหมาะสม หากมีเรือรบของข้าศึกบุกเข้ามาทางปากน้ำ ป้อมแห่งนี้สร้างเป็นป้อมปืนใหญ่แบบตะวันตก และได้ติดตั้งปืนใหญ่อาร์มสตรอง ๑๕๒/๓๒ มิลลิเมตร (๖ นิ้ว) จำนวน ๗ กระบอก เป็นอาวุธหลักของป้อม ทำให้ป้อมนี้เป็นป้อมปราการของสยามที่ทันสมัยมากที่สุดในเวลานั้น ป้อมพระจุลจอมเกล้า นอกจากจะเป็นป้อมที่พระองค์ทรงดำริให้สร้างขึ้นแล้ว พระองค์ยังได้ทรงมาทดลองยิงปืนเสือหมอบด้วยพระองค์เอง ในวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๔๓๖ อีกทั้งยังใช้ยิงต่อสู้กับเรือรบฝรั่งเศส ในวิกฤติการณ์ ร.ศ.๑๑๒ โดยมี พลเรือตรี พระยาชลยุทธโยธินทร์ เป็นผู้อำนวยการป้องกันปากแม่น้ำเจ้าพระยา

ปัจจุบัน ป้อมพระจุลจอมเกล้าขึ้นตรงกับฐานทัพเรือกรุงเทพ และได้ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๖ เพื่อเป็นราชานุสรณ์และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่เปรียบมิได้ และกองทัพเรือได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์เปิดให้ประชาชนเข้าชมด้วย ป้อมพระจุลจอมเกล้าจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรปราการ

รูปภาพเพิ่มเติม

Related Articles

แบบสำรวจ
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ ทร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ ทร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้