
กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการลาดตระเวน ซุ่มตรวจ และเฝ้าระวังพื้นที่แนวชายแดนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี สามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมือง ผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการนำพาบุคคลข้ามแดน และผู้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายพนันออนไลน์ รวมทั้งสิ้น ๑๗ ราย พร้อมของกลางยานพาหนะหลายรายการ ณ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๙
เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี โดย ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ ๒ ร่วมกับ กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ ๕๒๕ บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสะตอน และตรวจคนเข้าเมืองโป่งน้ำร้อน เข้าจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา จำนวน ๔ ราย พร้อมผู้นำพาชาวไทย ๑ ราย และรถยนต์กระบะ ๑ คัน บริเวณพื้นที่ล่อแหลมใกล้ชายป่าในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี หลังตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยจอดรอรับบุคคลต่างด้าวที่ลักลอบเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติจากประเทศกัมพูชาเข้ามายังฝั่งไทย จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมให้การรับสารภาพว่า มีความประสงค์เดินทางเข้าไปทำงานในพื้นที่ตอนในของประเทศไทย โดยเสียค่าเดินทางคนละประมาณ ๕,๐๐๐ บาท ก่อนถูกควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
ต่อมาเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ ๕๔๓ ตรวจพบบุคคลสัญชาติไทย ๑ ราย ขับขี่รถจักรยานยนต์ลักษณะมีพิรุธ บริเวณถนนในสวนเกษตรริมชายแดน บ้านมะรุม ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี จากการตรวจสอบพบว่าพยายามลักลอบนำสิ่งของอุปโภคบริโภคและบุหรี่ไทยส่งข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อแลกกับค่าจ้าง ๑,๐๐๐ บาท อีกทั้งผลการตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมรถจักรยานยนต์ของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
เวลา ๑๗.๓๐ นาฬิกา ชุดปฏิบัติการพิเศษของชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ ๒ ร่วมกับกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ ๕๒๖ บ้านแหลม และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านแปลง เข้าตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยบริเวณใกล้หลักเขตที่ ๕๓ พื้นที่หมู่ ๔ ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาได้จำนวน ๙ ราย หลังพบเดินลัดเลาะตามภูมิประเทศเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้น จากการสอบสวนทั้งหมดไม่มีเอกสารเดินทาง และให้การว่าได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในประเทศกัมพูชา จึงลักลอบเดินทางเข้ามาหางานทำในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ระยอง และชลบุรี ก่อนถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
ต่อมาเวลา ๑๗.๕๐ นาฬิกา กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ ๕๔๓ ตรวจพบบุคคลสัญชาติไทย ๒ ราย ขับขี่รถจักรยานยนต์ในพื้นที่สวนเกษตรริมชายแดน ลักษณะมีพิรุธ จึงเข้าตรวจสอบ พบว่าทั้งสองรายลักลอบเดินทางกลับจากประเทศกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติ หลังเข้าไปทำงานเป็นแอดมินเพจพนันออนไลน์ในพื้นที่จังหวัดไพลิน ประเทศกัมพูชา โดยให้การว่าได้รับค่าจ้างเดือนละประมาณ ๒๐,๐๐๐ - ๒๕,๐๐๐ บาท แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่กัมพูชาเข้าตรวจสอบและกวาดล้างอาคารที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายพนันออนไลน์ ทำให้ไม่สามารถดำเนินงานได้ จึงตัดสินใจลักลอบกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ และเสียค่านำพาคนละ ๘,๐๐๐ บาท เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจับกุมหญิงชาวไทยอีก ๑ ราย ซึ่งทำหน้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์นำทาง พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของกลาง จำนวน ๒ คัน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนและตรวจคนเข้าเมืองดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากสถานการณ์ในประเทศกัมพูชา ทั้งในเรื่องภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและความพยายามในการแก้ไขปัญหาภาพลักษณ์ของประเทศ ทำให้กองทัพเรือต้องเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ การลำเลียงสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่มีการย้ายฐาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทยโดยตรง
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ ทร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ ทร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้