
พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (รอง ผอ.ศรชล.) เป็นประธานในพิธีรับมอบเรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่งของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) จำนวน ๖ ลำแรก ณ อู่ต่อเรือ บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๗


โดยมี พลเรือตรี บุญรักษ์ โพธิ์แก้ว ในฐานะประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ สำหรับโครงการจ้างสร้างเรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่ง จำนวน ๑๕ ลำ โดยมีผู้บริหารศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ผอ.สนผ.ศรชล.) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) และแขกผู้มีเกียรติร่วมให้การต้อนรับ




ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เป็นหน่วยงานภายในสำนักนายกรัฐมนตรี ภายใต้การบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ มีหน้าที่และอำนาจและรับผิดชอบเกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ตรวจการณ์ ค้นหา และช่วยเหลือผู้ประสบภัย บรรเทาและป้องกัน สาธารณภัยทางทะเลจากภัยธรรมชาติ การก่อการร้าย การค้ามนุษย์ และการลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักร การขนส่ง / นำเข้ายาเสพติดและสินค้าผิดกฎหมาย ป้องกันการขนส่ง / นำเข้าสินค้าสองวัตถุประสงค์ ตามมติองค์การสหประชาชาติ การทำประมงผิดกฎหมาย การทำลายสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง และสถานการณ์อื่น ที่อาจกระทบกับความมั่นคงทางทะเล โดยบูรณาการเจ้าหน้าที่ และทรัพยากร ทั้งจากกองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมศุลกากร กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง ตำรวจน้ำ และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน




สำหรับโครงการจ้างสร้างเรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่ง ได้ลงนามในสัญญาจ้างสร้างเรือ เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ จนกระทั่งการดำเนินการต่อเรือได้สำเร็จเรียบร้อย ซึ่งเรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่งชุดใหม่นี้ ศรชล. จัดหาด้วยวัตถุประสงค์ความต้องการใช้งานเรือที่สามารถตอบสนองภารกิจได้หลากหลายในการจัดการแก้ไขปัญหา รวมทั้งเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยงานของรัฐในการป้องกัน ปราบปราม แก้ไขปัญหา รับมือสถานการณ์ หรือการกระทำผิดกฎหมาย ที่กระทบหรืออาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติทางทะเลหรือกิจกรรมทางทะเล การช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมทั้งปฏิบัติการอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย จึงมีความจำเป็นที่ต้องจัดหาเรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่งที่มีคุณลักษณะเฉพาะ คือ มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการเหมาะสมกับสภาพภูมิศาสตร์ทางทะเลและพื้นที่ปฏิบัติการของประเทศไทย และสามารถตอบสนองภารกิจการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เป็นเรือพยาบาล และส่งต่อผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บ ปฏิบัติการใกล้ฝั่งในพื้นที่ของจังหวัดชายทะเล มีความสามารถทนทะเล สามารถปฏิบัติการในสภาวะคลื่นลมแรง มีความเร็วสูง มีระยะปฏิบัติการทางทะเลได้อย่างต่อเนื่องพอสมควร มีระบบสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้ปฏิบัติงานบนเรือซึ่งต้องปฏิบัติงานติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมง สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้หลากหลายตามภารกิจ และประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา





คุณลักษณะที่สำคัญของเรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่ง ทั้ง ๑๕ ลำ คือ มีความคล่องตัวสูง สามารถเข้าถึงพื้นที่ปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็ว สามารถเกยฝั่งและออกจากฝั่งเพื่อเข้าถึงพื้นที่เป้าหมายในการรับ - ส่ง เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานหรือผู้ประสบภัยในพื้นที่บริเวณชายฝั่งและลำน้ำได้เป็นอย่างดี ไม่มีส่วนของระบบขับเคลื่อนใต้แนวน้ำที่ทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ประสบภัยในน้ำ สามารถปฏิบัติการ
ในพื้นที่บริเวณชายฝั่งและลำน้ำได้ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเรือมีความยาวตลอดลำถึง ๑๒.๓๙
เมตร ความกว้าง ๓.๔๘ เมตร กินน้ำลึกสูงสุด ๐.๖๕ เมตร สามารถออกปฏิบัติการที่ระยะปฏิบัติการได้ถึง ๒๕๐ ไมล์ทะเล และสามารถวิ่งได้ความเร็วสูงสุดได้ถึง ๔๑ น็อต มีความมั่นคงและปลอดภัยสูงเป็นพิเศษ มีความคงทนทางทะเลไม่น้อยกว่าระดับ ๓ (Sea State ๓) โดยสามารถรองรับผู้ปฏิบัติงานและผู้โดยสารหรือผู้ประสบภัยทางทะเลได้ ๑๐ คน มีพื้นที่สำหรับติดตั้งเตียงหรือเปลพยาบาลแบบเคลื่อนที่ได้ สำหรับผู้ประสบภัย พร้อมด้วยชุดเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ครบครัน

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ ทร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ ทร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้