
พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ตรวจเยี่ยมการฝึกกำลังพลที่ทำหน้าที่เป็นฝีพายเรือพระราชพิธี รวมถึงตรวจการเตรียมความพร้อมของกำลังพลฝีพายเรือพระราชพิธี ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ โดยมี พลเรือโท รัตนะ เรืองรุ่ง รองเสนาธิการทหารเรือ (สายงานกำลังพล) ในฐานะประธานคณะกรรมการเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี ให้การต้อนรับ ณ แผนกเรือราชพิธี กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๙


โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารได้มอบโอวาทแก่กำลังพล โดยมีใจความสำคัญว่า
“การฝึกพายเรือพระราชพิธีในครั้งนี้ เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญอีกหนึ่งขั้นตอน ในการเตรียมการกำลังพลประจำเรือให้มีความคุ้นเคย และทราบลักษณะของการพายเรือพระราชพิธีในน้ำ เข้าใจรูปแบบและวิธีการปฏิบัติบนเรือพระราชพิธีในแต่ละลำ ซึ่งเป็นพื้นฐานอันสำคัญยิ่ง ที่จะไปทำการฝึกควบคุมเรือและการนำเรือเป็นรูปขบวน รวมทั้งการรักษารูปขบวนในแม่น้ำ ซึ่งจะทำให้กำลังพลมีความพร้อมในการปฏิบัติขั้นตอนต่อไป”
นอกจากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือได้กล่าวขอบคุณครูฝึก กำลังพลฝีพายเรือพระราชพิธี และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกนาย ที่มีความมุ่งมั่น วิริยะ อุตสาหะ ตั้งใจทำการฝึกซ้อมมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นไปตามแผนปฏิบัติที่กำหนดไว้ และขอให้กำลังพลทุกนาย มีกำลังกาย กำลังใจ มีความมุ่งมั่นตั้งใจเรียนรู้ และฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ เพื่อให้การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความสง่างามและสมพระเกียรติ


การฝึกฝีพายเรือพระราชพิธี ถือเป็นขั้นตอนสำคัญของการเตรียมความพร้อมกำลังพลในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค โดยก่อนหน้านี้ กองทัพเรือได้จัดให้มีการฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ รูปแบบการพายและวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องแก่ผู้ทำหน้าที่นายเรือพระราชพิธี ๕๘ นาย ผู้ทำหน้าที่นายท้ายเรือพระราชพิธี ๑๐๔ นาย ซึ่งเมื่อการฝึกเสร็จสิ้น จะได้รับหน้าที่เป็นครูฝึกฝีพายเรือพระราชพิธีของหน่วยรับเรือที่ตนสังกัด
ปัจจุบัน การฝึกฝีพายเรือพระราชพิธีอยู่ในขั้นตอนของการฝึกพายเรือบนบก หรือเรียกอีกแบบว่า การฝึกพายบนเขียงฝึก เพื่อให้ฝีพายคุ้นเคยกับน้ำหนักของพาย ลักษณะ ท่าทาง ความพร้อมเพรียง ต่อด้วยการฝึกพายเรือในน้ำ เพื่อให้มีทักษะการบังคับเรือในน้ำ โดยแยกตามหน่วยฝึกในพื้นที่ต่าง ๆ จากนั้นจะเป็นการฝึกฝีพายในหน่วย ในเรือ ในน้ำ ก่อนที่จะมีการฝึกจัดรูปกระบวนในแม่น้ำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ในโอกาสต่อไป


ทั้งนี้ ในส่วนของแผนปฏิบัติงาน การเตรียมความพร้อมการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคของกองทัพเรือ มีการเตรียมความพร้อมหลัก ประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล การฝึกซ้อมฝีพาย การซ่อมแซมเรือพระราชพิธี และการเตรียมท่าเทียบเรือ โดยในการซ่อมแซมเรือพระราชพิธีนั้น อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ได้ดำเนินการสำรวจและซ่อมเรือพระที่นั่งและเรือรูปสัตว์ ด้วยวิธีศิลปะภูมิปัญญาประมงพื้นบ้าน "การตอกหมันเรือ" ซึ่งนำด้ายดิบมาตอกเข้าไปบริเวณร่องระหว่างไม้กระดานเรือให้แน่น เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซึมเข้าเรือ จากนั้น จึงได้ชันยาเรือผสมกับน้ำมันยางยาแนวในร่อง และทาทั่วทั้งบริเวณนอกลำเรือ เพื่อป้องกันเพรียงกินไม้ที่จะทำให้เรือผุเร็ว ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และได้ส่งมอบให้ กรมศิลปากร ดำเนินการประดับตกแต่งตัวเรือตามแผนปฏิบัติงานการจัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร โดยหากดำเนินการแล้วเสร็จ จะได้จัดให้มีการอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำ เพื่อเตรียมการในส่วนของการฝึกซ้อมฝีพายในขั้นตอนต่อไป
สำหรับรูปแบบการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ใช้เรือพระราชพิธี จำนวนทั้งสิ้น ๕๒ ลำ ซึ่งแบ่งจัดขบวนเรือเป็น ๕ ริ้ว ความยาว ๑,๒๐๐ เมตร กว้าง ๙๐ เมตร โดยใช้กำลังพลประจำเรือในขบวนเรือพระราชพิธี รวมทั้งสิ้น ๒,๒๐๐ นาย และในขบวนเรือพระราชพิธี ประกอบด้วยเรือประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
๑. เรือริ้วสายกลาง จำนวน ๑๐ ลำ ประกอบด้วย
๑.๑ เรือพระที่นั่งทรง จำนวน ๑ ลำ คือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือพระที่นั่ง สำหรับพระมหากษัตริย์ทรงประทับ
๑.๒ เรือพระที่นั่งทรงสำรอง จำนวน ๒ ลำ คือ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์
๑.๓ เรือทรงผ้าไตร จำนวน ๑ ลำ คือ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
๑.๔ เรือกลองใน - เรือกลองนอก จำนวน ๒ ลำ ประกอบด้วย
- เรือกลองใน คือ เรือเรือแตงโม เป็นเรือสำหรับ ผู้บัญชาการขบวนเรือ
- เรือกลองนอก คือ เรืออีเหลือง เป็นเรือสำหรับ รองผู้บัญชาการขบวนเรือ
- เรือตำรวจ จำนวน ๓ ลำ ประกอบด้วย เรือตำรวจ ๑ - ๓ ซึ่งเป็นเรือของพระตำรวจ มีหน้าที่เป็นองครักษ์
๑.๕ เรือแซง จำนวน ๑ ลำ คือ เรือแซง ๗ ซึ่งเป็นเรืออารักขาพระมหากษัตริย์
๒. เรือริ้วสายใน จำนวน ๒ ริ้ว ริ้วละ ๗ ลำ รวมเป็น ๑๔ ลำ ประกอบด้วย
๒.๑ เรือประตูหน้า จำนวน ๒ ลำ ประกอบด้วย เรือทองขวานฟ้า และเรือทองบ้าบิ่น เป็นเรือนำริ้วขบวน
๒.๒ เรือพิฆาต จำนวน ๒ ลำ ประกอบด้วย เรือเสือทะยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์ เป็นเรือนำขบวนที่ใช้ในการรบ
๒.๓ เรือรูปสัตว์ จำนวน ๘ ลำ ประกอบด้วย เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง เรือครุฑเหินเห็จ และเรือครุฑเตร็จไตรจักร เป็นเรือที่แกะสลักหัวเรือเป็นรูปสัตว์จริงหรือสัตว์ในเทพนิยาย เพื่อบอกถึงเรือลำใดเป็นของกรมใด หรือขุนนางผู้ใด
๒.๔ เรือคู่ชัก จำนวน ๒ ลำ ประกอบด้วย เรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทอง เป็นเรือชักลากเรือพระที่นั่ง เช่น ชักลากเรือพระที่นั่งเมื่อน้ำเชี่ยว ต้องการให้แล่นเร็วขึ้น เป็นต้น
๓. เรือริ้วสายนอก จำนวน ๒ ริ้ว ริ้วละ ๑๔ ลำ รวม ๒๘ ลำ ประกอบด้วย
๓.๑ เรือดั้ง จำนวน ๒๒ ลำ ประกอบด้วย เรือดั้ง ๑ – ๒๒ เป็นเรือป้องกันหน้าขบวนเรือ
๓.๒ เรือแซง จำนวน ๖ ลำ ประกอบด้วย เรือแซง ๑ - ๖ เป็นเรืออารักขาพระมหากษัตริย์
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ ทร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ ทร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้